www's profileMy life, it learning =...BlogListsGuestbookMore ![]() | Help |
My life, it learning = การเรียนรู้ตลอดกาล จงตั้งคำถาม และไม่ยอมรับสิ่งใดโดยไม่คิด |
|||||||||||||||||||||||
|
|
born on the fourth of july
เมื่อวันก่อนแอบไปโฉบบ้านข้างเรือนเคียง แล้วเห็นเขาได้พูดถึงหนังเก่าที่ช่วงหนึ่งเราเคยเป็นบ้าดูซ้ำๆหลายรอบ ตั้งแต่วันก่อนนั้นเลยกลับกลายเป็นว่าฤดูกาลของหนังเก่ายังไม่จางหายไป ถึงวันนี้เราก็ยังคงขุดๆคุ้ยๆหนังเก่าที่เราเก็บไว้และกำลังถูกทยอยออกมาดูอย่างต่อเนื่อง born on the fourth of july เป็นหนังเก่าปี 1989 ถ้านับถึงปัจจุบันเวลาก็ผ่านล่วงเลยมาแล้ว 20 ปี แต่เรากลับดูด้วยอารมณ์ของความรู้สึกที่ตะลึงงัน ถ้าเป็นเพราะเราไม่เคยดูหนังเรื่องนี้มาเนิ่นนานแล้ว เราคงไม่เชื่อว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังปี 1989 การดำเนินเรื่อง เนื้อหา มันยังคงเป็นคำถามกับกงล้อของปัจจุบันได้อย่างไม่ล้าหลัง เพียงแต่ ณ วันนี้เราเกิดมีคำถามเพิ่มขึ้นมาในใจว่า ถ้าหากสังคมยังเป็นเช่นนี้ ใคร??? จะไปสู้รบให้กับคุณ??? ไม่ใช่เพราะเขากลัวสงคราม หรือความตาย เพราะยังงัยซะหมอก็สามารถที่จะช่วยชีวิตเราได้ แต่หมอก็ไม่อาจสามารถทำให้เรารอดตายได้ ความตายมันเป็นของคู่กันกับการเกิด และมันก็ติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา เรื่องอย่างนี้ใครๆก็รู้อยู่แก่ใจ เพียงแต่ว่า... เขาเกิดความไม่แน่ใจว่า เขาสู้เพื่ออะไร??? สู้เพื่อใคร??? สู้เพื่อประเทศ??? สู้เพื่อคุณ??? (มันเป็นคำถามที่เราสมมติขึ้นมาว่า ถ้าหากเราถูกเรียกตัวให้ไปเป็นทหารหญิงเพื่อออกรบ) หนังเสียดสีถึงการพ่นลมของนักการเมืองได้ดี และมันยังคงสถิตอยู่ในทุกชั้นชนและทุกแห่งหนเสมือนเชื้อโรค ผู้หาเสียงในเรื่องกล่าวว่า “บุคคลที่กลับมาจากสงครามเวียดนาม เป็นบุคคลที่พวกเราต้องให้ความเคารพ” แต่ข้างนอกการหาเสียงกลับมีการสลายม๊อบโดยใช้ความรุนแรง ต่อเหล่าทหารที่พิการเป็นผลจากการรบในสงครามเวียดนาม เพียงเพราะเหล่าทหารแสดงเจตนา ต่อต้านสงคราม ไม่เอาสงคราม หนังเรื่องนี้เมื่อ 20 ปีก่อน ทหารกลับมาจากสงครามพร้อมพบกับความผิดหวังต่อประชาชนในประเทศ คนภายในประเทศเขาไม่สนใจสงคราม พวกเขาสนใจแต่ความสุขสบาย พวกขาไม่ใส่ใจกับบุคคลที่กลับมาจากสนามรบ แล้วคุณจะยังต้องการให้ใครมารบเพื่อคุณอีกหรือ ??? และความเป็นประเทศอยู่ตรงใหน ???
แต่ยังงัยซะ ในทัศนะของเรา ก่อนจะกล่าวตำหนิผู้อื่น โปรดสำรวจตัวเองก่อนว่า คุณเป็นคนสร้างความทุกข์ใจให้เกิดขึ้นต่อคนรอบข้างและคนในครอบครัวคุณหรือไม่ คุณคอยแต่ทะเลาะเบาะแว้งกับสังคมในครอบครัวคุณหรือไม่ คุณคอยแต่ตำหนิสังคม แล้วคุณเคยถามตัวเองหรือไม่ว่าทำไมลูกคุณถึงติดยา คุณคอยแต่ตำหนิคนรอบข้าง แล้วคุณเคยคิดหรือไม่ว่าคนรอบข้างเขาชอบคุณหรือไม่ ฯลฯ เราชอบความคิดที่เห็นได้ของปราชญ์ชาวนา ที่แถบอื่นๆคอยแต่เรียกร้องwantการประท้วง แต่พวกเขากลับยึดมั่นทำมาหากินโดยวิถีทางของตนต่อไป โดยบอกไว้ว่า ถ้าตัวเราเข้มแข็ง ครอบครัวเราก็จะเข้มแข็ง หมู่บ้านเราก็จะเข้มแข็ง สังคมเราก็จะเข้มแข็ง เมื่อถึงวันนั้นเราไม่ต้องคอยฟังเสียงว่าใครจะโยนอะไรมาให้เรากิน แต่คนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างได้ต่างหากหละ ที่จะต้องหันมาให้ความสำคัญและสนใจในสิ่งที่เราพูดและทำ เพราะเขาไม่สามารถ ทำเหมือนที่พูด และพูดเหมือนที่ทำ ได้อย่างชุมชนเข้มเข็งงัยหละ
ฉันว่าฉันป่วย???บนโต๊ะทำงานของฉัน เต็มไปด้วยหนังสือที่บ่งบอกให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของการถูกอ่านทิ้งค้างไว้ หน้าของมันถูกกางแยกออกจากกัน และมันก็ไม่ใช่มีเพียงแค่เล่มเดียวเท่านั้น มันยังมีเล่มอื่นๆอีกหลายเล่มที่แสดงลักษณะออกมาแบบเดียวกัน มันถูกวางทับซ้อนไขว้กันไปมา เพื่อความสะดวกต่อการดึงเล่มที่ต้องการจะอ่านขึ้นมาในทันทีทันใด มองดูเหมือนว่าฉันไม่มีเวลามากพอที่จะให้กับการอ่านหนังสือเพียงทีละเล่ม ฉันเลือกอ่านเฉพาะบางตอนของแต่ละเล่ม และแต่ละเล่มมันก็มีข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกัน
กินข้าว...ฉันเอาจานข้าววางทับบนกองหนังสือที่ถูกกางทิ้งไว้ไข้วทับกันไปมา ฉันขี้เกียจเก็บเพราะเดี๋ยวมันก็ต้องถูกจัดวางให้อยู่ในท่าที่เหมือนเดิมอีก ฉันกินข้าวทั้งที่จานข้าวอยู่บนกองหนังสือ คิดคล้ายเหมือนคนป่วยที่ต้องกินข้าวบนเตียง โดยมีโต๊ะเหล็กยื่นติดล้อหมุนเป็นเครื่องมือคอยช่วยเหลือเพื่อให้กินข้าวบนเตียงผู้ป่วยได้
บนโต๊ะทำงานของฉัน เต็มไปด้วยสายไฟ รางปลั๊กอยู่ฝั่งขวามือ พัดลมตัวเล็กอยู่ฝั่งซ้ายมือติดๆกับโต๊ทำงาน สายของมันจึงถูกพาดผ่านบนโต๊ะทำงาน โน๊ตบุ้คของฉันถูกวางไว้ให้อยู่บนกองหนังสือที่สถิตอยู่บนโต๊ะทำงานแทนที่จานข้าว เพราะฉันกินอิ่มแล้ว สายไฟของมันระโยงระยางเลื้อยไปมาบนโต๊ะ เพราะรางปลั๊กไฟอยู่ขวามือมันใกล้กัน ความยาวของสายไฟโน้ตบุ้คจึงไร้ความหมายในเรื่องของระยะทาง มันกองขดม้วนอย่างไม่เป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะทำงาน มือถือแบตกำลังจะหมดมันจึงต้องการไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่ตัวมัน มันจึงจะสามารถทำหน้าที่ของมันต่อไปได้ มันถูกวางไว้ตรงขวามือใกล้รางปลั๊กไฟพร้อมด้วยสายไฟ mp4 เดี๋ยวซักพักฉันต้องใช้มันแต่แบตมันไร้เรี่ยวแรงอ่อนพลัง มันจึงส่งสัญญาณแบบเดียวกันกับมือถือ มันกำลังต้องการไฟฟ้าและตอนนี้มันก็กำลังเสพไฟฟ้านอนเอกเขนกอยู่ข้างๆมือถือ ฉันต้องใช้อินเตอร์เนต โมเดมต้องการไฟฟ้าและสายของมันก็พาดอยู่บนโต๊ะทำงานเพื่อไปให้ถึงฝั่งทางชวามือที่เป็นโต๊ะทำงาน สายไฟ...สายระโยงระยางจุ้นๆวุ่นๆดูมั่วๆซั่วๆ คิดคล้ายเหมือนคนไข้ขั้นโครม่าที่รอบกายเพียบพร้อมไปด้วยความระโยงระยาง แล้วตกลงเป็นอันว่า...ฉันป่วยเป็นอะไร ???
หมายเหตุ.....ห้ามบอกว่าเป็นบ้าน๊ะ อันนั้นเรียกว่า...อาการปรกติจ๊ะ
กับคำถามบน msn
เหงาตัวเท่าหมู่บ้าน พูดว่า: มีแฟนรึยังครับ ……. อีกฝ่าย ไม่มีคำตอบใดๆ
ในเหตุการณ์นี้ สำหรับคนที่ยังไม่มีแฟน คำถามนี้คงสามารถตอบได้อย่างง่ายดาย และสปีดคงเร็วกว่าหนึ่งวินาที ก็น๊ะ แหม๋...ก็ฉันหนะอยากให้รู้อยู่แล้วหนิ รอแค่ว่าเมื่อไหร่จะถามซะที ไม่รู้เหรองัยว่าพิมพ์คำตอบไว้รอคำถามนี้อยู่แล้วจ๊ะ และ... สำหรับคนที่มีแฟนแล้ว ในสถานภาพที่มีความชัดเจนต่อกัน และถ้าหากคำถามนี้ มันเกิดถามขึ้นในช่วงที่ กำลังสวี๊ทสวีทกันดี๊ดี มันก็คงเป็นคำถามที่มีคำตอบที่ชัดเจนและคงพิมพ์มันด้วยความภูมิอกภูมิใจรอไว้อยู่แล้วเช่นกัน แต่... คุณว่ามั๊ย คำถามนี้จะมีผลกับความไม่ชัดเจนต่อบางคู่เท่านั้น คู่ที่อยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก จะเลิกก็ไม่ใช่ จะเป็นแฟนก็ไม่เชิง จะแค่เพื่อนสนิท (อ๊ะ ได้งัยต้องเป็นมากกว่านั้นสิ) จะดูๆกันอยู่ หรือเหตุผลอื่นใดอีกมากมายก็ตาม ยังงั๊ยยังงัยก็คงต้องตกอยู่ในสภาวะแหม๋..มันช่างตอบยากซะจริงจริ๊งงง ในขณะที่ตรอง ...ใจก็เต้นตุบตั๊บ อึดอัด กะสับกะส่าย ถ้าตอบช้า อีกฝ่ายต้องรู้แกวเราเป็นแน่ ถ้าจะให้ตอบว่า : มีแล้วแฟนแล้ว ทางนี้ก็อดหนะสิ แต่กะอีกฝั่งจะชัวร์กะเรารึปล่าวก็ไม่รู้ ถ้าจะให้ตอบว่า : ยังไม่มี ทางนี้ก็พอมีหวัง แต่ถ้าหากอีกฝั่งรู้ความในใจเข้า เราก็อดแถมด้วยจ๋อยอีกต่างหาก
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ คุณคิดเหมือนกันมั๊ย คนเรามันไม่ได้เก่งไปซะทุกๆเรื่อง เพราะฉะนั้นการทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกันมันก็มักจะออกมาไม่ได้ดีในทุกๆอย่างที่ทำ เหมือนดั่งกับการเหยียบเรือสองแคม จับปลาสองมือ อะไรทำนองนั้น แต่ถ้าหากสิ่งที่เราเลือกที่จะทำแล้ว ตัดสินใจแล้ว ถึงผลมันจะออกมาเป็นความล้มเหลว คุณเคยได้ยินมั๊ย “คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนที่ไม่เคยทำอะไร” “ถึงเราจะไม่ได้หัวใจเขา แต่จงภูมิใจเถอะที่เขาได้หัวใจเราไป” “ความล้มเหลวในครั้งนี้ ถือเป็นตำราอันทรงคุณค่าต่อการศึกษา” เยอะแยะจะตายไปกับประโยคปลุกเร้าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเนี่ย
แล้วจะให้ทำยังงัยหละ??? อันนี้เราก็คงตอบแทนใครไม่ได้ เพราะบ่อยครั้งไปที่ตัวเราเองยังไม่เข้าใจตัวเอง และนับประสาอะไรจะไปเข้าใจคนอื่น และอีกอย่างสภาวะยังงี้คงไม่เกิดขึ้นกับเราแน่นอน เชื่อดิ.....เอามั๊ยเราจะบอกเคล็ดลับให้ ที่คำถามนี้มันจะไม่เกิดขึ้นกับเราก็เพราะว่า แหะ แหะ ก็เพราะเราหนะ แทบจะไม่ออน msn เลยอะดิ อิอิ สวัสดี J
รถร่วมทางสอนฉันว่า…(เขียนไว้นานละ แต่พึ่งจะสบโอกาสค่ะ)
เช้านี้อากาศสดใส พร้อมกับหัวใจอันเบิกบาน ฉันก้าวเท้าขึ้นตามลำดับของขั้นบันไดรถสองแถว ซึ่งเป็นคิวรถสองแถวขาประจำที่ฉันต้องโดยสารเพื่อออกไปสู่ถนนใหญ่ในทุกๆเช้า ขึ้นตรงต้นสายก็ย่อมมีโอกาสได้นั่งมากกว่าที่จะได้ยืน ในทุกๆเช้ามันจึงเป็นการเดินทางอันแสนที่จะสะดวกสบายที่ฉันสามารถเลือกได้เอง เมื่อรถสองแถวเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคิวรถ ผู้โดยสารที่กำลังจะร่วมทางยืนรอเป็นจุดๆเป็นระยะๆ รถสองแถวจึงต้องคอยจอดเป็นระยะๆ ผู้เดินร่วมทางมีหลายๆคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน จึงไม่แปลกที่เมื่อเราสบตากันแล้ว จะต้องทักทายกันโดยวิธีอมยิ้มให้แก่กัน (แล้วทำไมไม่ฉีกยิ้มไปเลยนา) และแล้วผู้ที่เราเองก็ไม่เคยเห็นหน้า ได้โผล่ตัวมาพร้อมกับร่างกายอันบึกบึนและกำยำ ประเมินจากสายตาอันค่อนข้างมีความบกพร่องมากกว่าสมบูรณ์ อายุของชายผู้นี้น่าจะราวๆสามสิบต้นๆ สวมใส่เสื้อยืดแบบฟิตเปรี้ย ไม่มีรอยยับ(ตั้งใจจะโชว์สัดส่วนโดยเฉพาะกร้ามป่าวนา) กางเกงยีนส์สะอาดสะอ้านสมสัดสมส่วนไม่มีช่องว่างบ่งบอกว่ามีความหลวมแอบแฝงอยู่ หวีผมเรียบแปล้จนแทบจะติดหนังหัว ผิวกายสีน้ำตาลออกไปทางคล้ำดำซะมากกว่า ความคมสันของกรามเด่นชัด จมูก...บ่งบอกว่ามาจากที่ราบสูง ดวงตาแจ๋วแว๋วแป๋วอีกต่างหาก ตัวเราเองก็ทำเป็นหันซ้ายหันขวาแกล้งทำเป็นดูข้างทาง แต่จริงๆจังหวะที่หันซ้ายหันขวานั้นคือ การแอบพินิจพิจารณาชายนิรนามผู้มาใหม่ ในใจคิด.... อืม.....ดูจากรูปพรรณสัณฐานน่าจะทำงานค่อนข้างต้องใช้กำลัง เพราะพี่แกบึ๊ก ดูจากส่วนเว้าส่วนโค้งของใบหน้าคงจะเป็นผู้ที่มาจากที่ราบสูง เป็นกรรมกรป่าวว้า น่าจะไม่พ้นงานก่อสร้าง แต่พี่แกแต่งตัวเรียบร้อยดีน๊ะ น่าจะเป็นโฟล์แมน อืม.....คิด.....คิด..... แต่...เอ๊ะ
นั่น.......
พี่แกถือถุงใสๆอะไรหนะ.... คับคล้ายคับคาจะเป็นหนังสือ โอ้ววว.... ม่ายยยย....ไม่ใช่....ม่ายยยย นั่นมันรูปการ์ตูนนี่นา โอ้ว...หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นด้วย เป็นสิบๆเล่มเลยหนะ แล้ว......แล้วยังงัยเนี่ย โอ้ว...มายก้อดดดดด อเมซิ่งอินไทยแลนด์ อเมซิ่งงงงงงงงงงงงงงงงง
ส่งเสริมการอ่านด้วยหนังสือลดราคาทุกเล่ม www.auishop.com
555+ ทำให้เป็นเรื่องเดียวกันจ่นด้ายยยย เพียงเท่านี้
เธอไม่ได้ต้องการให้ใครเข้าใจเธอ เพราะไม่งั้น มันคงต้องเหน็ดเหนื่อย กับการที่ต้องใช้ประโยคซ้ำๆ ต่อช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เพียงเพื่อให้อีกฝ่ายมีความเข้าใจในตัวเธอ ซึ่งผลลัพท์ มันอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป
เธอขอเพียง ขอเพียงให้ตัวเธอเอง ได้ดำเนินอยู่บนแนวทาง แนวทางที่เธอเป็นฝ่ายตัดสินใจเอง เธอขอเพียงเท่านี้ เพียงเท่านี้จริงๆ
เธอไม่มีความหวังจะแบ่งปันให้ใคร เธอไม่มีเคาน์เตอร์เพื่อรับฝากอนาคตจากใคร เธอไม่มีคำว่าครอบครัวให้กับใครที่ต้องการ
เธอไม่มี เธอจึงขอ ขอเพียงเท่านี้จริงๆ ขอเพียงเข้าใจเธอ ปล่อยเธอ ปล่อยให้เธอได้ดำเนินเรื่องชีวิตของเธอ ด้วยตัวเธอเอง เพียงเท่านี้..... เพียงเท่านี้...
|
||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||
|
|